ยุคทองรถยนต์ไฟฟ้า! เดนมาร์กทุบสถิติยอดจดทะเบียนพุ่ง 80% ชี้ช่องผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดชิ้นส่วนและกรีนเทคโนโลยีระดับโลก

ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าในเดนมาร์กช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจนครองสัดส่วนถึงร้อยละ 79.9 ของตลาดรวม ท่ามกลางแรงหนุนจากปัญหาราคาน้ำมันและนโยบายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ส่งผลให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแนะผู้ส่งออกไทยสบช่องส่งสัญญาณบุกตลาดชิ้นส่วนยานยนต์และบริการที่เกี่ยวข้องในแถบนอร์ดิกทันที

สรุปประเด็นด่วน (Key Takeaways)

เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด: รถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ในเดนมาร์กกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเกือบ 4 ใน 5 คัน หรือร้อยละ 79.9 ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

ค่ายรถไฟฟ้ากวาดเรียบ: รายชื่อโมเดลรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 10 อันดับแรกล้วนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด โดยมี Skoda Elroq, Toyota bZ4X และ Tesla Model Y เป็นแบรนด์ผู้นำตลาดหลัก

ปัจจัยขับเคลื่อนรอบทิศ: ปัญหาราคาน้ำมันฟอสซิลที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และเงื่อนไขทางการเงินของค่ายรถยนต์ ร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

โอกาสทองธุรกิจไทย: ภาครัฐชี้ช่องผู้ผลิตไทยขยายตัวส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และระบบจัดการพลังงาน พร้อมเปิดช่องทางสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์อัจฉริยะกับกลุ่มนอร์ดิก

ตลาดรถยนต์เดนมาร์กเปลี่ยนผ่านฉับพลัน ดันยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าโตกระฉูด

ข้อมูลสถิติจากหน่วยงานโมบิลิตีเดนมาร์กแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในเดนมาร์กกำลังก้าวเข้าสู่การปฏิวัติพลังงานสีเขียวอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่รวมทุกประเภทขยับขึ้นร้อยละ 12.9 แตะระดับ 101,032 คัน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองที่สุดคือ ยอดขายกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ขยายตัวเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 41.2 ส่งผลให้รถยนต์จดทะเบียนใหม่ส่วนใหญ่ที่วิ่งบนท้องถนนกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยคิดเป็นสัดส่วนการตลาดสูงถึงร้อยละ 79.9 ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ใช้รถในการแสวงหาทางเลือกพลังงานที่ยั่งยืน

แรงกดดันราคาน้ำมันและการแข่งขันทางการเงิน ดันรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นแท่นมาตรฐานใหม่

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ราคาน้ำมันขายปลีกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและผลักดันให้ต้นทุนการใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ การแข่งขันเชิงพาณิชย์ของค่ายผู้ผลิตที่ร่วมกันนำเสนอเงื่อนไขทางสินเชื่อและแคมเปญการเงินที่ดึงดูดใจ ส่งผลให้ผู้ซื้อตัดสินใจเปลี่ยนผ่านมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น โดยรถยนต์รุ่นยอดนิยมที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในเดนมาร์กปีนี้คือ Skoda Elroq ที่ทำยอดจำหน่ายได้สูงกว่า 5,065 คัน ตามมาด้วย Toyota bZ4X และ Tesla Model Y ตามลำดับ

เจาะห่วงโซ่อุปทาน: สิ่งที่ผู้ส่งออกและธุรกิจไทยต้องเตรียมรับมือ

แนวโน้มความต้องการและทิศทางการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาดที่แข็งแกร่งในเดนมาร์กและกลุ่มประเทศนอร์ดิก ถือเป็นสัญญาณบวกที่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้ในการเจรจาขยายฐานการค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าส่งออกที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเดิมอยู่แล้ว อาทิ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า สายไฟ และแบตเตอรี่คุณภาพสูง

นอกเหนือจากการส่งออกกลุ่มสินค้าฮาร์ดแวร์แล้ว ภาคบริการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยก็มีโอกาสสูงในการแสวงหาพันธมิตรระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นระบบชาร์จไฟอัจฉริยะ ซอฟต์แวร์บริหารจัดการแหล่งจ่ายพลังงาน หรือการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลสำหรับภาคขนส่งมวลชนสมัยใหม่ที่เน้นนวัตกรรมสีเขียว

บทวิเคราะห์: ข้ามกำแพงมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

แม้โอกาสในการเข้าสู่ตลาดยุโรปเหนือจะเปิดกว้างยิ่งขึ้น ทว่าความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องก้าวผ่านคือ “กำแพงมาตรการทางกฎหมายและมาตรฐานเชิงเทคนิคที่เข้มงวดของสหภาพยุโรป” เนื่องจากเดนมาร์กและกลุ่มประเทศนอร์ดิกเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดและให้ความสำคัญกับหลักเศรษฐกิจสีเขียวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ผลิตภัณฑ์ที่จะส่งออกไปจำหน่ายจึงต้องผ่านเกณฑ์ตรวจสอบที่เข้มข้น นับตั้งแต่มาตรการควบคุมแบตเตอรี่ยุโรป การวัดและลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นต์ในทุกขั้นตอนการผลิต นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบทั้งหมดในระบบ

ในระยะยาว การยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นเพียงทางเลือกเสริมเพื่อเพิ่มยอดขายเท่านั้น แต่เป็นความจำเป็นสูงสุดในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทยที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตให้เป็นมิตรต่อโลกได้เร็วกว่า ย่อมจะกุมความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างมั่นคงที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *