ข่าวอุสาหกรรม

วิกฤตตะวันออกกลางดันราคาวัสดุก่อสร้างพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่โควิด ผู้รับเหมาไทยอ่วมต้นทุนทะลัก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบชิ่งถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ดันดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมีนาคมพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ยุคโรคระบาด บีบให้ผู้รับเหมากว่า 1.5 แสนรายต้องแบกรับภาระต้นทุนที่หนักอึ้ง ทั้งจากราคาเหล็ก ปูนซีเมนต์ และค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

📌 สรุปประเด็นด่วน (Key Takeaways)

ดัชนีราคาทำสถิติใหม่: ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมีนาคม 2569 ทะยานแตะระดับ 108.5 และ 114.5 ตามลำดับ

เหล็กและคอนกรีตพาเหรดขึ้นราคา: วัสดุหลักอย่างเหล็กปรับขึ้นร้อยละ 1.2 ขณะที่คอนกรีตขยับขึ้นร้อยละ 1.7 และหมวดอื่นๆ อย่างยางมะตอยพุ่งแรงถึงร้อยละ 8.7

แนวโน้มไตรมาสสองยังน่าห่วง: คาดการณ์ว่าดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 5-8 ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

ทุนหนาได้เปรียบ: บริษัทรับเหมาใหญ่เร่งทุ่มงบสต็อกเหล็กล่วงหน้า เพื่อล็อกราคาและลดความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวน

พิษสงครามดันดัชนีราคาพุ่งทะลุเพดาน

รายงานล่าสุดจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ให้เห็นว่า ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตขยับขึ้นสูงถึงร้อยละ 6 ซึ่งหมวดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างวัสดุ พลังงาน และการขนส่งนั้น กินสัดส่วนรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด

เจาะลึกต้นทุน วัสดุไหนแพงขึ้นบ้าง?

โครงสร้างต้นทุนของผู้รับเหมาไทยที่มีอยู่ราว 150,000 ราย หมดไปกับค่าวัสดุก่อสร้างเป็นหลักถึงร้อยละ 45 ซึ่งสินค้ากลุ่มสำคัญล้วนปรับราคาขึ้นแทบยกแผง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 หรือปูนซีเมนต์ที่ขยับขึ้นร้อยละ 2.5 มีเพียงกลุ่มสุขภัณฑ์และวัสดุปูพื้นเท่านั้นที่ราคาปรับลดลงสวนทางตลาด

กลยุทธ์รับมือของผู้รับเหมารายใหญ่

นายสมชาย ศิริเลิศพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น เปิดเผยว่า วิกฤตราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะเหล็ก ทางบริษัทจึงต้องตัดสินใจอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 300 ล้านบาท เพื่อสั่งซื้อและกักตุนเหล็กล่วงหน้า ซึ่งปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า องค์กรที่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนดีกว่า ย่อมกุมความได้เปรียบในการบริหารความเสี่ยงเหนือคู่แข่งในตลาด

💡 บทวิเคราะห์และผลกระทบ (Impact & What’s Next?)

สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบสุดหฤโหดสำหรับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่อาจต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องตึงตัวอย่างหนัก แนวโน้มในไตรมาสที่สองยังคงน่ากังวล หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะยิ่งเป็นแรงกดดันให้ราคาวัสดุหลักอย่างเหล็กและคอนกรีตทะยานขึ้นไปอีก ซึ่งในท้ายที่สุด ภาระต้นทุนเหล่านี้อาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคในรูปของราคาที่อยู่อาศัยที่แพงขึ้น รวมถึงอาจทำให้โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐต้องสะดุด หากไม่มีการปรับราคากลางให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในตลาด